เปิดเวบเมื่อ 19/02/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 17/04/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 645












       ยินดีต้อนรับ      

ของขวัญ ของชำร่วย ของที่ระลึกไทยๆ ของพรีเมี่ยมแจกลูกค้า งานฝีมือคนไทย เน้นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย พร้อมแพคเกจสวยหรู ราคาประหยัด 

เปิดวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. 

ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

มีหน้าร้านนะคะ อยู่แถวสะพานใหม่ค่ะ

โทร. 02 521 3639 หรือ 086 067 6444

ค่าจัดส่ง EMS ราคา 40 บาทต่อครั้งทั่วไทย

จัดส่ง EMS วันละ 2 รอบ (เช้า และ บ่าย)

แจ้งโอนก่อน 10 โมง ได้รับของวันถัดไป (ยกเว้นติดเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

**ซื้อจำนวนมากมีส่วนลด และทำป้ายสติ๊กเกอร์โลโก้สีฟรี**

ตัวอย่างสินค้า เข็มกลัดหัวโขน รามเกียรติ์ ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้มอบเป็นของที่ระลึกให้กับคนไทยและชาวต่างชาติช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 งานศิลปะไทย ฝีมือคนไทย เลิศล้ำคุณค่า

เข็มกลัดลายไทย มวยไทย เรือสุพรรณหงส์ สำหรับเป็นของที่ระลึกชาวต่างชาติ ราคาพร้อมกล่องสวยหรู 99 บาทต่อชิ้นค่ะ สั่งซื้อจำนวนมากมีส่วนลดพิเศษ พร้อมติดป้ายสติ๊กเกอร์โลโก้สีให้ฟรีค่ะ

ของฝาก ของชำร่วย ของที่ระลึกนักท่องเที่ยวชาวจีน กรอบรูปลายช้าง มีหลายแบบให้เลือกนะคะ ราคา 165 - 275 บาทค่ะ สั่งซื้อจำนวนมากมีส่วนลดพิเศษ พร้อมติดป้ายสติ๊กเกอร์โลโก้สีให้ฟรีค่ะ

 

เข็มกลัดหัวโขนรามเกียรติ์ สำหรับเป็นของชำร่วยที่ระลึกงานแสดงโขนรามเกียรติ์ที่โรงงานยาสูบเป็นเจ้าภาพจัดงาน

หนุมาน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

ของที่ระลึกชาวต่างชาติ กรอบรูปลายช้างคู่ งานสวยมากค่ะ ใช้งานได้ 2 ฟังก์ชั่น เป็นทั้งกรอบรูป และเข็มกลัดติดเสื้อ ราคา 275 บาทค่ะ สั่งซื้อจำนวนมากมีส่วนลดพิเศษ พร้อมติดป้ายสติ๊กเกอร์โลโก้สีให้ฟรีค่ะ


เข็มกลัดในหลวงประดับคริสตัล สำหรับงานแจกผู้สื่อข่าวในงานอีเว้นท์ของบริษัทเครือยูนิลีเวอร์ประเทศไทย

ภาพโชว์หน้าร้าน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

เข็มกลัดมังกรทองพร้อมถุงไหมแก้ว สำหรับงานอีเว้นท์เปิดตัวคอลเซ็นเตอร์ของ บมจ. กสท โทรคมนาคม

มังกรใหญ่ (สีทอง) พร้อมถุงไหมแก้ว - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

เข็มกลัดลายเครื่องดนตรีไทย ของชำร่วยชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมสัมมนาที่บริษัทเครือปูนซิเมนต์จัดขึ้นในประเทศไทย

เหรียญกษาปณ์ในหลวงพร้อมแท่นอะคริลิกและถุงไหมแก้ว เหมาะสำหรับเป็นของชำร่วยงานแต่งงาน งานเกษียณอายุ งานแซยิด หลากหลายโอกาส

เหรียญ ร.๕ และในหลวง พร้อมแท่นอะคริลิกและถุงไหมแก้ว - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กรอบรูปช้างพร้อมกล่องผ้าไหม ที่บริษัทในเครือ Sara lee Coffee & Tea ให้เป็นของที่ระลึกกับชาวต่างชาติ (เหมาะนำไปต่างประเทศได้ค่ะ ไม่แตกหักเสียหายง่าย)

ภาพตัวอย่างกรอบรูป - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กรอบรูปลายช้าง ของชำร่วยแจกผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นที่มาทำข่าวให้บริษัทในเครือฮิตาชิ คอนซูเมอร์ โพรดักส์ (ประเทศไทย)

ภาพตัวอย่างกรอบรูป - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

เข็มกลัดเหรียญในหลวงและมังกรทองพร้อมกล่องผ้าไหม สำหรับแจกแขกวีไอพีที่เข้าร่วมงานวันสถาปนาทหารสื่อสาร

เซ็ทเข็มกลัดเหรียญในหลวง+มังกรทอง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

เข็มกลัดลายช้าง วัดอรุณ เรือสุพรรณหงส์ สำหรับแจกผู้สื่อข่าวชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำข่าวบริษัทในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ในประเทศไทย

กรอบรูปลายเครื่องดนตรีไทยบรรจุถุงไหมแก้ว สำหรับแจกผู้เข้าร่วมประชุมของหน่วยงานในสังกัด สพฐ.

เข็มกลัดเหรียญในหลวงประดับคริสตัล สำหรับแจกผู้เข้าร่วมงานอีเว้นท์ที่บริษัทในเครือโตโยต้าจัดขึ้น

สั่งซื้อจำนวนมากมีส่วนลดพิเศษ และบริการจัดทำป้ายสติ๊กเกอร์โลโก้สีและข้อความฟรี  

บทความ
ตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ (อ่าน 7913/ตอบ 7)

ตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์

ทศกัณฐ์ (Tosakanth)

    ทศกัณฐ์ (แปลว่า "ผู้มีสิบคอ") หรือท้าวราพณ์ (ภาษาเตลูกู เรียก ราวัน) เป็นตัวละครเอกตัวหนึ่งในเรื่องรามเกียรติ์ บุตรของท้าวลัสเตียนกับนางรัชฎา เจ้าครองกรุงลงกา เดิมเป็นยักษ์ชื่อ "นนทก" กลับชาติมาเกิด ซึ่งนนทกมีหน้าที่ล้างเท้าให้กับเทวดาทั้งหลาย เทวดาเหล่านั้นก็มักจะลูบหัวนนทกจนล้าน นนทกจึงเกิดความแค้น เลยไปขอนิ้วเพชรจากพระอิศวร แล้วทำร้ายพวกเทวดาที่มาลูบหัวตน นนทกได้เข่นฆ่าเหล่าเทวดาตายนับไม่ถ้วน ทำให้พระอิศวรต้องร้องขอพระนารายณ์ให้มาช่วยปราบนนทกให้ พระนารายณ์จัดการกับนนทก โดยการจำแลงองค์เป็นนางเทพอัปสรดักอยู่ตรงทางที่นนทกเดินผ่านเป็นประจำ ฝ่ายยักษ์นนทกเมื่อได้เห็นนางจำแลงจึงเกิดความหลงและเข้าไปเกี้ยวพาราสี นางจำแลงแสร้งทำยินดี โดยยื่นข้อเสนอว่าให้นนทกร่ายรำตามนางทุกท่าแล้วจะยินดีผูกมิตรด้วย และแล้วยักษ์นนทกก็ทำตามนาง โดยหารู้ไม่ว่านั่นเป็นเล่ห์กล จนกระทั่งถึงท่านาคาม้วนหางนิ้วเพชรของนนทกชี้ไปที่ขาของตัวเอง ขานนทกก็หักลงทันใด นนทกล้มลง ทันใดนั้น นางแปลงกลายเป็นพระนารายณ์เหยียบอกนนทกไว้

ก่อนตายนนทกอ้างว่าพระนารายณ์มีหลายมือตนสู้ไม่ได้ พระนารายณ์จึงให้คำสัตย์ว่า ให้นนทกไปเกิดใหม่ มีสิบเศียรสิบพักตร์ยี่สิบมือ เหาะเหินเดินอากาศได้ มีอาวุธนานาชนิดครบทุกมือ ส่วนพระนารายณ์จะไปเกิดเป็นมนุษย์มีสองมือและตามไปฆ่านนทกให้ได้ นนทกพอวิญญาณหลุดจากร่างก็ไปจุติในครรภ์พระนางรัชดา มเหสีท้าวลัสเตียน เจ้ากรุงลงกา เกิดมาเป็นโอรสนามว่า ทศกัณฐ์

ทศกัณฐ์ เป็นยักษ์รูปงาม มีสิบหน้า ยี่สิบกร ทรงมงกุฏชัย ลักษณะปากแสยะ ตาโพลง กายปกติสีเขียว แต่มีนิสัยเจ้าชู้ ตอนที่เกี้ยวพาราสีนางมณโฑได้เนรมิตร่างตนเองให้เป็นสีทอง
อาวุธของทศกัณฐ์มีดังกลอนต่อไปนี้

กระทืบบาทผาดโผนโจนร้อง  กึกก้องฟากฟ้าอึงอุด
มือหนึ่งจับกุมศรฤทธิรุทร       มือสองนั้นยุคพระขรรค์ชัย
มือสามจับจักรกวัดแกว่ง       มือสี่จับพระแสงหอกใหญ่
มือห้าจับตรีแกว่งไกว           มือหกฉวยได้คฑาธร
มือเจ็ดนั้นจับง้าวง่า              มือแปดคว้าได้พะเนินขอน
มือเก้ากุมเอาโตมร              กรสิบนั้นหยิบเกาทัณฑ์

พระราม

     พระราม คือ พระนารายณ์อวตาร (แบ่งภาค) ลงมา  ถือกำเนิดเป็นพระราชโอรสของท้าวทศรถ กับ นางเกาสุริยา เพื่อจะปราบทศกัณฐ์  พระรามมีพระอนุชาต่างพระมารดา ๓ พระองค์ คือ พระพรต พระลักษมณ์ และพระสัตรุต ซึ่งต่างก็มีความรักใคร่กันอย่างมาก  พระมเหสีของพระราม คือ นางสีดา

     พระรามมีกายสีเขียว สามารถปรากฏร่างเป็นพระนารายณ์มีสี่กรได้  อาวุธประจำพระองค์ คือ ศร ซึ่งเป็นอาวุธวิเศษ ที่ได้ประทานมาจากพระอิศวร

     พระราม เป็นสัญลักษณ์ของวีรกษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของประยูรญาติและประชาชน ทรงดำรงตนอยู่ในทศพิธราชธรรม มีวาจาสัตย์ กตัญญูต่อบุพการีอย่างมั่งคง ซื่อสัตย์ต่อพระมเหสี มีความรักความยุติธรรมต่อพระอนุชา และบริวารอย่างเสมอภาค

     พระรามมีพระวรกายสีเขียว พระศิวะประธานเทพอาวุธเป็นของศักดิ์สิทธิ์ใช้ปราบมาร 3 เล่ม ได้แก่

     ศรพรหมาสาสตร์ มีฤทธิ์ด้านพลังยิ่งใหญ่ สามารถแล่นเร็วและแรงดั่งจักรกรดไปถึงสวรรค์ของรูปพรหม 16 ชั้นฟ้า

     ศรอัคนิวาต มีฤทธิ์เป็นเดชด้านเป็นลูกไฟร้อนแรงดุจพระอาทิตย์

     ศรพลายวาต มีฤทธิ์ติดตามศัตรูแม้อยู่ไกลถึงถึงขอบจักรวาลและหรือหลบซ่อนอยู่ใต้บาดาล แล้วสามารถเดินทางกลับมา

     ส่วนพระอินทร์ประทานเวชยันตร์ราชรถเป็นรถทรงออกรบกับทศกัณฑ์ เทวดาผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งแสดงเทวฤทธิ์มาเกิดเป็นเหล่าพระยาวานร ขุนทหารรับใช้พระรามสู้ศึก

บทบาทที่สำคัญในเรื่องรามเกียรติ์  ได้แก่

       - เมื่อเยาว์วัยพระรามได้รับการศึกษาศิลปศาสตร์ กับสำนักฤาษีสวามิตร หรือวิศวามิตร มีความเก่งกล้า ถึงกับฆ่ากากนาสูร และสวาหุ ซึ่งมารบกวนเหล่าฤาษีชีไพร
       - ท้าวชนกจักรวรรดิ (ฤาษีชนก) ได้ให้หมู่กษัตริย์มาประลองยกศรรัตนธนู เพื่ออภิเษกกับนางสีดา พระรามก็สามารถยกรัตนธนูได้สำเร็จ  และได้อภิเษกกับนางสีดา  ระหว่างเดินทางกลับกรุงอโยธยา สามารถปราบรามสูร(ยักษ์ผู้ถือขวาน) และได้รับศรจากรามสูร
       -  ได้ฆ่าพระยาขร และพระยาทูษณ์ พี่ชายของนางสำมนักขา
       -  ระหว่างออกเดินป่า ได้ปราบพิราบยักษ์
       -  ได้ช่วยสุครีพปราบพาลี
       -  ไปรบกับทศกัณฐ์ และได้ฆ่าทศกัณฐ์ได้สำเร็จ
       -  สถาปนาพิเภกให้ครองกรุงลงกา


นางสีดา

      นางสีดา คือ พระลักษมี มเหสีของพระนารายณ์ อวตารลงมาเกิดเพื่อเป็นคู่ครองของพระราม ตามบัญชาของพระอิศวร  นางสีดาเป็นพระธิดาของทศกัณฐ์ กับนางมณโฑ  แต่เมื่อประสูติแล้ว พิเภกได้ทำนายว่า นางเป็นกาลกิณีแก่พระบิดาและบ้านเมือง  ทศกัณฐ์จึงสั่งให้นำนางใส่ผอบลอยน้ำไป พระฤาษีชนกพบเข้า จึงเก็บไปเลี้ยงเป็นลูก โดยฝังดินฝากแม่พระธรณีไว้  เวลาผ่านไปถึง ๑๖ ปี พระฤาษีชนกเบื่อหน่ายการบำเพ็ญพรต คิดกลับไปครองกรุงมิถิลาเช่นเดิม  จึงลาเพศพรหมจรรย์ไปขุดนางขึ้นมา แล้วตั้งชื่อให้ว่า สีดา (แปลว่ารอยไถ) จากนั้นพานางพานางเข้าเมืองมิถิลา จัดพิธียกศรคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเสี่ยงทายหาคู่ครองให้นางสีดา พระรามยกศรได้ จึงได้อภิเษกสมรสกับนางสีดา


หนุมาน

      หนุมาน เป็นลิงเผือก (กายสีขาว)  มีลักษณะพิเศษ คือ มีเขี้ยวแก้วอยู่กลางเพดานปาก มีกุณฑลขนเพชร สามารถแผลงฤทธิ์ให้มีสี่หน้าแปดมือ แลหาวเป็นดาวเป็นเดือนได้  ใช้ตรีเพชร (สามง่าม) เป็นอาวุธประจำตัว (จะใช้เมื่อรบกับยักษ์ตัวสำคัญๆ)  มีความเก่งกล้ามาก สามารถแปลงกายหายตัวได้ ทั้งยังอยู่ยงคงกระพัน แม้ถูกอาวุธของศัตรูจนตาย เมื่อมีลมพัดมาก็จะฟื้นขึ้นได้อีก

    หนุมานลิงเผือก มีเดชมาก สามารถเนรมิตกายให้สูงใหญ่ มี 4 หน้า 8 กร หาวเป็นดาวเป็นเดือนขนกายเป็นเพชร เหาะเหินในอากาศได้มีตรีเป็นอาวุธประจำกาย ได้รับพรจากพระศิวะว่าให้มีอยุหนึ่งกัประยะเวลาตั้งแต่โลกอุบัติจนวิบัติ และใครฆ่าไม่ตาย

    เมื่อนางสวาหะถูกมารดาสาปให้ไปยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลม พระอิศวรจึงบัญชา ให้พระพายนำเทพอาวุธของพระองค์ไปซัดเข้าปากของนาง นางจึงตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นลิงเผือก เหาะออกมาจากปาก ได้ชื่อว่า หนุมาน หนุมานจึงถือว่าพระพายเป็นพ่อของตน หนุมานได้ถวายตัวเป็นทหารเอกของพระราม ช่วยทำการรบจนสิ้นสงคราม

    หนุมานในฐานะทหารเอกของพระราม ได้แสดงความกล้าหาญ ภักดี ดูแลรับใช้เจ้านายอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ พระรามสรรเสริญหนุมานเป็น  อย่างยิ่ง


พาลี

     พาลี เป็นลิงมีกายสีเขียว เป็นโอรสของพระอินทร์กับนางอัจนา  ถูกฤาษีโคดมสาปให้กลายเป็นลิงพร้อมๆ กับสุครีพผู้เป็นน้อง หลังจากที่ฤๅษีรู้ความจริงว่าทั้งสองเป็นลูกชู้ พระอินทร์สงสารโอรสที่ต้องซัดเซพเนจรอยู่ในป่า จึงสร้างเมืองขีดขินให้ปกครอง และตั้งนามโอรสว่า พระยากากาศ ภายหลังได้นามใหม่ว่า พาลี แล้วให้สุครีพเป็นมหาอุปราช

     ครั้งหนึ่ง พระอิศวรฝากนางดารามากับพาลี เพื่อเป็นรางวัลให้สุครีพ แต่พาลีกลับยึดนางไว้เป็นภรรยาของตนเสียเอง  และต่อมาพาลีก็ยังแย่งนางมณโฑมาจากทศกัณฐ์ ขณะที่ทศกัณฐ์พานางเหาะผ่านเมืองขีดขิน  ภายหลังพาลีถูกพระรามสังหารด้วยศรจนสิ้นชีวิต

     พาลีมีฤทธิ์เดชมาก ได้อาสาพระศิวะไปปราบควายทรพีที่มีฤทธิ์เดชมากไม่มีใครสู้ได้ แต่พาลีมีความประพฤติที่เอาแต่ตนเองเป็นหลักและประพฤติผิดทางศีลธรรม เช่น แย่งดาราชายาของสุครีพน้องชายมาเป็นชายาของตน และเสียสัตย์ปฏิญาณว่าจะรักสุครีพในฐานะน้องชาย แต่ก็ขับไล่สุครีพออกจากเมืองขีดขิน สุดท้ายถูกพระรามสังหารด้วยศร

 

ยักษ์

      ยักษ์ คือ ผู้ที่เขาบูชาเซ่นสรวง หรือผู้ทำความพยายามให้เขาบูชาเซ่นสรวง ยักษ์มีหลายระดับ ตั้งแต่ยักษ์ชั้นสูง ยักษ์ชั้นกลาง ยักษ์ชั้นล่าง มีความละเอียดประณีตแตกต่างกันตามกำลังบุญ

      เรื่องราวที่เกี่ยวกับความเป็นมาและกำเนิดของยักษ์นั้น ตรวจสอบจากเอกสารต่าง ๆ ดูแล้วไม่แน่ชัด และไม่มีบันทึกเขียนไว้ชัดเจนนัก แต่เรื่องราวเกี่ยวกับยักษ์ ซึ่งในที่นี้หมายถึง ยักษ์ไทย จะมีปรากฏอยู่ในคัมภีร์ทั้งที่เป็นพุทธและพราหมณ์ ได้พรรณนาให้ทราบว่า ยักษ์นั้นเป็นพวกอมนุษย์ คือไม่ใช่ทั้งมนุษย์และเทวดา บางทีก็เรียกว่าอสูร หรือ รากษส การที่เป็นพวกอมนุษย์ทำให้ยักษ์ถูกมองว่าเป็นพวกที่ใจดำอำมหิต ดุร้าย ซึ่งจริงๆ แล้วยักษ์นั้นมีทั้งยักษ์ดีและยักษ์ที่ดุร้าย ยักษ์ดีที่อยู่ข้างฝ่ายธรรมะจะมีท้าวกุเวร หนึ่งในสี่จตุโลกบาลเป็นหัวหน้า ส่วนยักษ์ร้ายหรือฝ่ายอธรรม จะมีทศกัณฐ์เป็นหัวหน้า

      เดิมประติมากรรมรูปยักษ์นั้นได้ปรากฏมานานแล้ว แต่สันนิษฐานว่าเพิ่งจะมาแพร่หลายเด่นชัดเป็นศิลปะอยู่ตามวัดวาอารามในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้อาจจะด้วยอิทธิพลของพระราชนิพนธ์เรื่อง รามเกียรติ์ และภาพจิตรกรรมฝาผนังในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นส่วนให้เกิดจินตนาการในการสร้างศิลปกรรมขึ้นมา

      การที่ยักษ์ถือกระบองเฝ้าประตูนั้น กล่าวกันว่า ยักษ์จะทำหน้าที่ช่วยปกป้องรักษา ขับไล่ภูติผี ความชั่วร้ายต่างๆ และปกป้องพระพุทธศาสนา ทั้งนี้มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เมืองราชคฤห์ มียักษ์สองตนชื่อ สาตาเศียร กับ เหมวัตสิง ซึ่งมีถิ่นอาศัยอยู่ในกลุ่มภูเขาตอนเหนือแม่น้ำคงคา ได้นำบริวารยักษ์มาเข้าเฝ้า และสนทนาข้อปัญหาธรรมต่าง ๆ ในที่สุดได้เกิดศรัทธายอมนอบน้อมเป็นข้าช่วงใช้พระพุทธองค์ ดังนั้นจึงมีคติการสร้างรูปยักษ์เฝ้าวัด ขณะเดียวกันอีกความหมายหนึ่ง รูปปั้นยักษ์ยังอาจหมายถึงท้าวกุเวร ผู้เป็นหัวหน้าของยักษ์ ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสี่ของจตุโลกบาลผู้ปกป้องดูแลโลกและทิศทั้งสี่อีกด้วย

      ศิลปกรรมรูปปั้นยักษ์ที่เด่น ๆ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ ยักษ์วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ยักษ์วัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม) และยักษ์วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) สำหรับช่างที่มีฝีมือในการปั้นรูปยักษ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 คือ หลวงเทพรจนา (กัน) ซึ่งเป็นผู้ปั้นรูปยักษ์สองตัวบริเวณซุ้มประตู หน้าพระอุโบสถ วัดอรุณราชวราราม

      ภาพพจน์ของยักษ์ในความรู้สึกของคนทั่วไปดูเป็นสิ่งที่ดุร้าย น่ากลัว แต่เมื่อนำมาจัดสร้างขึ้นด้วยจินตนาการของช่างไทย และศิลปกรรมแบบไทยกลับมีความงดงามเด่นเป็นสง่าน่าเกรงขาม ประทับตาประทับใจ เมื่อได้เข้าไปในวัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราเรียกว่าวิญญาณในศิลปกรรมไทย 

 

ที่มา: http://www.school.net.th/library/create-web/10000/arts/10000-5944.html

          http://www.banramthai.com/html/palee.html

          http://thai.satitpatumwan.ac.th/praram.htm